press-cover

แฉ(แชร์)ชีวิตนักข่าวบันเทิง … อาชีพนี้ไม่ง่าย! (ประสบการณ์ตรงจากสนามข่าว)

***บทความนี้บอกเล่าประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง โปรดใช้วิจารณญานในการอ่าน***

อนันดา อินทรีแดง

อนันดา ตอนไปทำข่าวภาพยนตร์เรื่องอินทรีแดงที่พัทยา

 

ถ้าพูดถึงวงการบันเทิง ดารากับนักข่าว เปรียบเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าเลยก็ว่าได้ และถ้าไม่มีนักข่าวบันเทิง ประชาชนก็คงไม่มีใครที่จะค่อยหาเรื่องต่างๆให้ได้เม้าท์เป็นเรื่องสนุกปาก ทั้งข่าวฉาวข่าวาว ข่าวรักข่าวเลิก ข่าวเบื้องหลังละคร ไปจนถึงคอนเสิร์ต เป็นต้น บางคนอาจจะคิดว่าอาชีพนี้น่าสนุกดีนะ วันๆก็อยู่กับดารา อยู่กับสิ่งที่ดูสวยๆงามๆ แต่ขอพูดเลยว่าอาชีพนี้ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดูตัวอย่าง กรณีงานศพของดาราดังคนหนึ่งซิ ดราม่าไปเป็นเดือน อะไรดีไม่ดี ตรงไหนบกพร่องก็ว่ากันไป … แต่เอาเป็นว่า ไนท์ขอมาเล่าประสบการณ์การทำงานในฐานะนักข่าวบันเทิงให้ทุกคนได้อ่านกันครับ

 

เริ่มต้นอาชีพนักข่าว

ผมเคยเข้ารับการฝึกอบรมอาชีพผู้ประกาศข่าวจากสำนักข่าวเนชั่น ซึ่งการฝีกในขณะนั้น ไม่ได้แยกประเภทการทำข่าวว่าสายไหนยังไง ก็เข้าไปอบรมสิ่งที่นักข่าวและผู้ประกาศข่าวต้องรู้ เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆที่เราไม่เคยรู้มาก่อนผ่านประสบการณ์การทำงานของพี่ๆนักข่าวหลายท่าน พอเรานึกย้อนกลับไปถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาทำอะไรแบบนี้ แล้วพอจบโครงการปรากฏว่า เราได้รับเลือกให้เข้ามาฝึกงานในส่วนของข่าวบันเทิง ทั้งทำหน้าที่เป็นนักข่าวและผู้ประกาศข่าว

 

ก่อนออกสนามข่าว

กว่าที่นักข่าวจะออกไปหาข่าวให้ประชาชีได้รู้กันนั้น ต้องผ่านบรรณาธิการข่าว หรือเรียกสั้นๆว่า บก. ว่าจะเลือกให้ใครไปทำหมายข่าวอะไรบ้างในแต่ละวัน โดยหมายข่าวต่างๆหรืองานอีเว้นท์ที่ทางพีอาร์ส่งมานั้น จะทยอยมาจากการส่งแฟกซ์หรืออีเมลล์ล่วงหน้าราวๆ 2-3 สัปดาห์ ไม่รวมหมายด่วน แถลงข่าวฉาวต่างๆนานาที่ต้องสแตนบายพร้อมทำงานทุกเมื่ออีก สุดท้ายนักข่าว 1 คนจะวิ่งงานกี่หมายก็อยู่ที่บก.สั่งมา บางวันออกแต่เช้า กลับมาอีกทีค่ำ เขียนข่าว เลือกฟุต เพื่อออนแอร์วันถัดไป

 

สนามข่าว

ทุกๆวันที่เราออกไปทำข่าวตามหมายข่าวที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนรู้ใจที่ไปไหนไปกันเสมอก็คือ ตากล้องกับคนขับรถ ตลอดทั้งวันเราแทบจะใช้ชีวิตรวมกันทั้งทำงานและกินข่าว พอไปถึงงาน เซ็นชื่อลงทะเบียน ถ่ายบรรยากาศงาน รอสัมภาษณ์ดาราที่แบ็คดรอป เป็นอันเสร็จพิธี โดยในแต่ละวันจะไปกี่งานก็ขึ้นอยู่กับบก.และเส้นทางสัญจรว่าไปทางเดียวกัน หรืองานจัดใกล้กันไหม ก็ตกราวๆ 2-4 งานต่อวัน ยิ่งงานคอนเสิร์ตไม่ต้องพูดถึงเลิกดึก กลับบ้านหลังเที่ยงคืนไม่ต้องสงสัย

มิน พีชญา

มิน พีชญา ตอนเข้าวงการใหม่ๆ

 

นักข่าวหน้าใหม่(ไม่ง่ายเลย)

ตอนเป็นนักข่าวใหม่ๆ ทำให้เรามีเพื่อนใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนนักข่าวด้วยกัน เพื่อนพีอาร์ หรือแม้แต่ดารา ชีวิตก็ดูเหมือนจะสนุกสนานวาไรตี้ดีนะ แต่ชีวิตนักข่าวด้วยกันมันก็ไม่ง่าย มันก็มีดราม่าไม่ต่างจากดาราหรือละครนั้นแหละ อาจจะมีกกมีก๊วนที่ไม่ชอบขี้หน้าเรา ทั้งๆไม่ได้รู้จักกัน ก็ไม่ชอบกันซะงันก็มี สุดท้ายเรามาทำงาน จะหมั่นไส้ไม่ชอบขี้หน้าเรามันก็เรื่องของเขา แต่เรายังมีเพื่อนดีๆที่ยังคบกันถึงทุกวันนี้ … ก็ถือว่า แฮปปี้

 

โดนเหวี่ยงตอนสัมภาษณ์

ถ้าดาราเหวี่ยงอาจจะไม่ค่อยน่ากลัวนะ แต่นักข่าวด้วยกันเหวี่ยงนี้ น่ากลัวกว่า … คือตอนเราทำงานนักข่าวใหม่ๆเวลาสัมภาษณ์ไมค์รวมดารา จะมีพี่ๆนักข่าวที่ชั่วโมงบินสูงแล้ว ค่อยถามนำร่องประเด็นต่างๆ เช่น เลิกกันจริงไหม, มีคนเข้าพูดแบบนั้น, มีมือที่สามหรือเปล่า เป็นต้น ซึ่งสกิลการถามถือว่าว่องไวมาก แบบหาที่แทรกไม่ได้เลย ดาราตอบจบปุ๊บ ถามต่อทันที ด้วยความที่เราเป็นเด็กใหม่แต่เรามีประเด็นที่สงสัยก็พยายามจะถาม แต่พอมีจังหวะถามไปปุ๊บ ก็โดนสายตานักข่าวรุ่นพี่มองแบบว่า จะขัดทำไมทำนองนั้น ซึ่งเราเองก็คิดนะว่า ไม่รู้ว่าทำถูกหรือผิดหรืออะไรยังไง ฉันก็แค่มีประเด็นของฉันที่ได้รับมอบหมายมาให้ทางทำข่าว ไม่เห็นจะต้องเหวี่ยงขนาดนั้น ถือว่าเป็นประสบการณ์ในการทำงานกับผู้อื่นละกัน

 

นักข่าวบันเทิงในยุคโซเซียล

สำหรับปัจจุบันช่องทางการติดตามข่าวมีเยอะมากขึ้น ทั้ง Facebook, Instagram และ Youtube เป็นต้น …​แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนตอนได้ทำงานนักข่าว ช่วงนั้น Twitter เป็นอะไรที่ใหม่มาในสังคมออนไลน์ เราเองก็เริ่มเล่นทวิตเตอร์เพราะผู้ใหญ่อยากให้อัพเดทข่าวต่างๆจากช่องทางนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องสนุกสำหรับเราและทำให้หลายคนรู้จักเรามากขึ้น (เผื่อใครเล่น Twiiter+ Instagram มาตามกันได้ที่ @nightphoomin )

 

สมัยนั้นที่เราทำข่าวดังๆหลายข่าว เช่น ฟิลม์-แอนนี่ หรือ กฤษณ์-มาช่า เป็นต้น จำได้เลยว่า แถลงข่าวแทบทุกวัน ฝ่ายชายบ้าง แม่บ้าง แอนนี่บ้าง บุคคลที่สามบ้าง เรียกได้ว่าเล่นข่าวนี้กันเป็นเดือน ด้วยความที่เรามันส์ในการทำข่าว เราก็ทวิตสดๆ ณ ตอนนั้นเลย เขาแถลงอะไนมาก็พิมพ์เดียวกัน ชนิดที่เรียกว่ากดบีบีนิ้วแทบล็อคกันเลยทีเดียว ผลที่ได้รับกลับมาคือ คนที่ติดตามเราตื่นเต้นและลุ้นกับข่าวที่เราทำไปด้วย มีความสดทันเหตุการณ์ จนทำให้มีคนตาม follow กลับวันหนึ่งหลายพันคนและมีคนรีทวิตข้อความเป็นหลักพันเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเวบใหญ่ๆอย่าง Sanook, Kapook และ Pantip นำข้อความทวิตของเราไปอัพเดทข่าวอีกด้วย นึกย้อนกลับไป ก็มันส์ดีเหมือนกันนะ

ติดตามเพจผมได้ที่

https://www.facebook.com/NightPhoominOfficial

 

nightphoomin

ตอนไปตามข่าวฟิลม์ให้สัมภาษณ์กรณีแอนนี่ ในรายการตีสิบ

 

ทำแต่ข่าวฉาวๆ จนรู้สึกเอียน

ผมเชื่อว่า คนที่เป็นนักข่าวบันเทิงน้ำดีหลายๆท่าน คงจะรู้สึกเหมือนกัน บางครั้งเรารู้สึกสบายใจที่ได้ทำข่าวบันเทิงเชิงศิลปวัฒนธรรมบ้าง เพื่อเป็นการส่งเสริมสิ่งดีๆให้กับสังคมไทย แต่ก็อย่างว่า ข่าวดีๆแบบนี้ไม่เป็นที่นิยม เพราะสุดท้ายคนดูคนอ่าน ก็อยากจะรู้แต่ข่าวรัก ข่าวเลิก ข่าวมือที่สาม ข่าวทะเลาะตบตี หรือข่าวท้องก่อนแต่ง หรือเรียกง่ายๆ ข่าวกระแส … สุดท้ายนักข่าวบันเทิงทุกสำนักก็ต้องวิ่งข่าวเหมือนๆกัน เพียงเพื่อไม่ให้ตกประเด็นนั้น พอทำๆไปก็เหมือนเราตามเผือกเรื่องของดารา แต่ก็อย่างว่า งานก็คืองาน แต่ถ้ามีอะไรดีๆที่สามารถสื่อสารออกไปได้ เราก็พร้อมที่จะทำนะ

 

นักข่าวบันเทิง ต้องมีความคิดสร้างสรรค์

ใช่ว่าวันๆเราจะตามแต่ข่าวกระแส จนคิดอะไรไม่ได้นะ นักข่าวบันเทิงต้องคิดสกู๊ปข่าวที่นำเหตุการณ์ต่างๆมาวิเคราะห์และนำเสนอเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ชมด้วย รวมถึงเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ที่เราจะต้องคิดว่า นำเสนอหัวข้ออะไรให้รู้สึกสนุกและเป็นประโยชน์ ฉะนั้นในจุดนี้ก็ไม่ได้ง่ายเลยเช่นกัน

 

เก็บทุกคอนเสิร์ต(KPOP)

ช่วงที่ทำข่าวใหม่ๆ นักร้องเกาหลีบูมมากในเมืองไทย ทุกเดือนจะมีนักร้องเกาหลีแวะเวียนมาหลายคน เราก็เป็นติ่งอยู่พักใหญ่ๆ (ปัจจุบันก็เป็นนะ) ถือว่าเโชคดีที่เราได้ออกไปทำข่าวและใกล้ชิดนักร้องที่เราชื่นชอบ อย่าง 2PM, Big Bang, Super Junior, 2NE1, 4Minute และอีกมากมาย แทบจำไม่ได้

 

แต่จะว่าไปงานคอนเสิร์ตก็ไม่ได้สนุกแบบที่หลายคนคิดนะครับ ถ้าเราเป็นคนดูดูจบกลับบ้าน สำหรับนักข่าวบันเทิงต้องกลับออฟฟิตเพื่อเขียนข่าวเตรียมออนแอร์ในวันถัดไป ฉะนั้นเวลามีงานคอนเสิร์ตจะกลับบ้านดึกเป็นประจำ ถ้าช่วงไนท์มีคอนเสิร์ตติดๆกัน ก็ทำเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ

 

นักข่าวผีก็มีนะ

นักข่าวผีมีแทบทุกยุคสมัยจนถึวปัจจุบันก็มี นักข่าวผีคือ นักข่าวที่ไม่มีสำนักข่าวชัดเจน จากเวบไหนยังไงไม่รู้ มักจะหวังมารับของฟรีในงาน บัตรดูหนังงฟรี ตั๋วคอนเสิร์ตฟรี รวมถึงการชิงโชคสำหรับนักข่าวด้วย และที่ปวดใจที่สุดคือ นักข่าวผีที่ได้รางวัล แล้วเดินขึ้นไปรับของบนเวที ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า นักข่าวจริงๆหันมามองหน้ากัน แล้วพูดว่า … มาจากที่ไหนอ่ะ?

 

มนุษย์ป้าตามงานอีเว้นท์

จะมองว่าเป็นเรื่องกวนประสาทก็ได้หรือจะมองเป็นเรื่องตลกก็ได้ งานไหนที่จัดในที่สาธารณะ เรามักจะเห็นมนุษย์ป้าหน้าเดิมๆราว 2-3 คน มายื่นรอหน้างาน รอขอฟรีแจกในงานบ้าง เราของจากนักข่าวโดยพยายามถามว่า “น้องเอาไหม ไม่เอาป้าขอ” หรือแม้แต่ Snack Box ป้าก็ขอ …​บางทีก็ไม่ใช่แค่มนุษย์ป้านะ มนุษย์ลงก็มี

Lea Solonga

นักร้องชื่อดังของฟิลิปปินส์ Lea Salonga ตอนไปทำข่าวที่เมืองมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

นักข่าวบันเทิงสนิทกับดาราแค่ไหน?

เรื่องนี้ตอบยากเหมือนกันนะ ขอตอบแบบประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ … ถึงแม้ว่าเราจะเห็นหน้ากันบ่อยๆ จนรู้จักกันแล้ว แต่ต้องยอมรับว่า ดารากับนักข่าวจะมีช่องว่างของกันและกันอยู่ ถ้าเรื่องที่เป็นส่วนตัวจริงๆ ดาราก็คงจะไม่อยากให้นักข่าวรู้ เพราะเรื่องอาจจะหลุดไป ถูกตีความต่างๆนานา ว่าง่ายๆ จะไว้ใจนักข่าวคนนั้นได้ยังไง? เรื่องบางเรื่องพูดกันแบบ Off the Record พูดกันตรงนี้ แต่ห้ามพูดต่อก็ยังมีอยู่บ่อยๆ สุดท้ายก็คงขึ้นอยู่กับนักข่าวแต่ละคนว่าจะไว้เนื้อเชื่อใจกันมากน้อยแค่ไหน นิสัยใจคอกับอายุงานก็ถือว่าสำคัญในจุดนี้

 

ไม่ใช่ดาราในช่อง ไม่ไปทำข่าว

หลักการง่ายๆเลยว่า ถ้ามีทำข่าวดาราที่สังกัดช่อง หรือข่าวกองละคร แน่นอนว่าช่องข่าวคู่แข่งจะไม่ไปทำข่าวอยู่แล้วเป็นที่รู้กัน นอกจากจะเป็นข่าวกระแสสังคมจริงๆ หรือพูดง่ายๆ ข่าวฉาวๆคาวๆตั้งโต๊ะแถลงเป็นเรื่องเป็นราว แบบนี้ถึงจะไปตามเก็บข่าว แต่ถ้าเป็นสำนักข่าวทั่วไปที่ไม่มีละครหรือเด็กในช่องที่ดูแล้วจะเป็นคู่แข่งกัน นักข่าวก็ไปทำข่าวได้ปกติ

 

คำถาม…​รู้สึกยังไง?

เราถูกสอนมาว่า อย่าถามว่า “รู้สึกยังไง?” เพราะแต่ละเหตุการณ์มันบอกความรู้สึกด้วยตัวเองอยู่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องเหตุการณ์ที่เกิดเดิมๆซ้ำๆ โดนเฉพาะงานศพ เป็นเหตุการณ์ที่นักข่าวสำนักนึงจ่อไมค์ถามดาราที่งานศพญาติของเขา แล้วถามว่า “รู้สึกยังไง?” … คำตอบก็คือ “ถ้าพ่อคุณตาย คุณจะรู้สึกยังไง?” … เรื่องนี้จำไม่เคยลืมเลย

 

บางสถานการณ์การทำงานไม่ราบรื่น เข้าใจเราบ้าง

ประการแรก นักข่าวบันเทิงมักจะมีเรื่องได้ไฟท์กับดิ่งเกาหลีอยู่เสมอๆ เพราะผู้จัดงานดันไปจัดพื้นที่สำหรับทำข่าว หรือที่เราเรียกกันว่า “คอกนักข่าว” แล้วเป็นจุดที่ยืนบังติ่งเกาหลีแถวหน้าพอดี ตลอดงานเราจะได้ยินน้องๆพูดว่า พี่ก้มหน่อยค่ะ, พี่หลบหน่อยค่ะ หนูมองไม่เห็น … โอ๊ยคุณน้อง พูดตามตรงพี่ก็เห็นใจ พี่ยืนจุดนี้ก็ใช่ว่าจะสบาย พี่มาทำงานถึงเราจะหลบ แล้วตากล้องอีกมากมายที่ยืนอยู่หละจะทำยังไง เอาเป็นว่าสถานการณ์นี้ก็จบลงด้วยการประคับประคองจิตใจน้องๆ โดยที่งานเราก็ไม่เสีย (พี่ก็เป็นติ่ง พี่เข้าใจนะน้องนะ)

 

ใกล้วันหยุดยาว ทำงานหนักมาก

สำหรับงานอื่นๆ ใกล้วันหยุดยาวคงจะนั่งอมยิ้ม คิดแล้วว่าจะไปเที่ยวไหนดี แต่สำหรับงานนักข่าวบันเทิงแล้ว ต้องทำสต๊อคข่าวสำหรับไว้ออนแอร์หรือตีพิมพ์ช่วงหยุดยาวด้วย ฉะนั้นช่วงเวลาใกล้ๆวันหยุดจะต้องเร่งทำข่าวเยอะขึ้นสองถึงสามเท่า แล้วนี้ไม่รวมต้องสแตนบายเผื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นช่วงวันหยุด ก็ต้องโดนเรียกตัววิ่งไปทำข่าวอีก แต่อาจจะดีกว่านักข่าวในหมวดการเมืองหรืออาชญากรรมที่จะต้องสแตนบายตลอดเวลาเช่นกัน

 

บอกลาชีวิตนักข่าวบันเทิง

ผมได้มีโอกาสทำงานนักข่าวบันเทิงประมาณ 2 ปี ได้ประสบการณ์เยอะมากจากอาชีพนี้ รวมถึงการได้รู้จักผู้คนมากมาย ทั้งดารา, พีอาร์ และเพื่อนนักข่าวด้วยกัน จนถึงวันนี้เวลาผ่านไป 5 ปี เราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะแยกย้ายไปทำงานอื่นของตัวเองแล้ว ส่วนตัวเราได้รับโอกาสไปทำงานเบื้องหลังรายการทีวี ในวันที่ตัดสินใจจบอาชีพนักข่าวบันเทิง เดินไปปรึกษาผู้ใหญ่ในช่อง ทุกคนต่างยินดี และยังจำคำสอนประโยคสุดท้ายจาก ‘คุณสุทธิชัย หยุ่น’ ว่า “เรียนรู้เยอะๆ”

 

โดม

โดม ปกรณ์ลัม มาโปรโมทงานเพลงที่ช่อง

 

แชร์ประสบการณ์จากเพื่อนนักข่าวบันเทิง

ยิ้ม workpoint

คุณยิ้ม จาก Workpoint

 

คุณยิ้ม จาก Workpoint “นักข่าวบันเทิง ในมุมมองของยิ้มคือ สื่อกลางระหว่างศิลปินดารานักแสดงในวงการบันเทิง กับผู้ชมทางบ้าน ทั้งแฟนคลับ แฟนละคร ที่ชื่นชอบผลงานดารานั้นๆ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งเรื่องส่วนตัว และเรื่องผลงาน แบบไม่ผิดเพี้ยน เป็นกลางและซื่อตรง ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ภายใต้แนวทางการทำงานเชิงบวก สร้างสรรค์ และมอบความสุข
ส่วนประสบการณ์มีเยอะมาก เพราะทำหลายปี(หัวเราะ) แต่ที่ชอบน่าจะเป็นสมัยที่เริ่มเป็นนักข่าวใหม่ เราก็จะเป็นรุ่นเด็ก ถามอะไรก็ยังไม่รู้เรื่อง (แต่ก็ต้องพยายามถามแม้จะใจสั่นมากก็ตาม) เป็นประเด็นอยู่ในตอนนั้นแล้วต้องถามดาราชื่อดัง เลยโดนสวนกลับมาเต็มๆ เท่านั้นแหละเกือบร้องไห้ แต่ตอนหลังก็มาคิดได้ว่าเหตุการณ์นั้นแหละมันทำให้เรามีภูมิคุ้นกันให้กล้าถามในครั้งต่อไปไหน”
12767929_10153666269872261_562977914_o

คุณกิ๊บ Thairath Online

คุณกิ๊บ Thairath Online “สำหรับชีวิตการทำงานนักข่าวตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่ามากๆ แม้จะเหนื่อยมากๆ และงานไม่เป็นเวลาก็ตาม หลายคนอาจมองว่าการเป็นนักข่าวบันเทิงสบาย จริงๆ แล้วงานข่าวบันเทิงไม่ได้มีแค่ทำข่าวงานอีเว้นต์ในห้าง แต่พวกเราต้องไปทุกที่ที่มีแหล่งข่าวเหมือนกับนักข่าวสายอื่นๆ บางครั้งดารามีเรื่องมีราวก็ต้องไปโรงพักไปศาล ดาราป่วยก็ต้องไปทำข่าว รพ. ดาราเสียชีวิตก็ต้องไปทำข่าวงานศพที่วัด เรียกว่าดาราจะทำอะไรก็ต้องไปทุกที่ที่ดาราไปค่ะ และบ่อยครั้งที่งานของพวกเราต้องเจอคนเยอะมาก เพราะดาราเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน คนก็ต้องให้ความสนใจเยอะเป็นธรรมดา จนทำให้การทำงานของนักข่าวบางครั้งก็ค่อนข้างลำบาก ส่วนดาราก็มีทั้งที่ให้ความร่วมมือดี ให้ความร่วมมือบ้างไม่ให้ความร่วมมือบ้าง เหวี่ยงใส่บ้าง ซึ่งจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ก็อยากให้เห็นใจพวกเราในจุดนี้ว่าเรามาทำงาน เราไม่ได้อยากมีเรื่องมีราวกับใครหรอก เรื่องประเด็นข่าวกอสซิปแรงๆ มันก็มีทั้งจริงและไม่จริงนะ แต่อยากบอกว่าเรื่องจริงบางครั้งแรงกว่าที่ข่าวลงซะอีก อีกเรื่องที่อยากพูดมากๆ คือกระแสวิจารณ์การทำงานของนักข่าวบันเทิงในโซเชียลที่ผ่านมาค่อนข้างแรงมาก ขนาดเพื่อนบางคนในเฟซบุ๊กเราที่ไม่เข้าใจก็ยังวิจารณ์การทำงานของเราเลย มีช่วงนึงที่ท้อเหมือนกันเวลาอ่าน แต่ก็คิดว่ามีคนสรรเสริญและนินทาคือของธรรมดา สุดท้ายอยากบอกว่าวงการนี้มีทั้งคนดีและไม่ดีเหมือนทุกวงการ อย่าเหมารวมดีกว่า บางครั้งเราอาจทำอะไรผิดพลาดบ้างก็ขอโทษด้วย แต่บางครั้งหลายๆ เรื่องก็มีอะไรมากกว่าที่คุณคิดค่ะ”
แป๊ะยิ้ม เรื่องเล่าเช้านี้

คุณแป๊ะยิ้ม เรื่องเล่าเช้านี้

คุณแป๊ะยิ้ม เรื่องเล่าเช้านี้ “ประสบการณ์ในการทำข่าวบันเทิงตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องราวดีดีที่ได้เจอดาราหลากหลายรูปแบบ โชคดีตรงที่ได้มีประสบการณ์เคยทำข่าวช่อง 7 และย้ายมาทำที่ช่อง 3 วัฒนธรรมการทำงานของทั้ง 2 ช่องก็มีความแตกต่างกันมาก ดาราก็ต่างกัน บางคนเกิดมาเป็นดาราที่เบื้องหน้าต้องดูดีทุกอย่าง บางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นนักแสดง แต่ก็ไม่เถียงเลยว่าวงการมายาเป็นเปลือกนอกจริงๆ เบื้องหน้าที่เห็นออกสื่อ ก็ต่างจากชีวิตความเป็นจริง เพราะดาราก็เป็นคน มีความอิจฉาริษยา หลายคนเห็นละครที่เล่าเรื่องในวงการบันเทิง ดูว่าเวอร์เกินไปอะไรจะขนาดนั้นขอบอกเลยว่าชีวิตในวงการบันเทิงเป็นแบบนั้นจริงๆ
การเป็นนักข่าวไม่ได้ง่าย เพราะต้องเสียสละเวลาส่วนตัวมาก และการทำงานในการสัมภาษณ์บางประเด็นดาราไม่สะดวกใจที่จะตอบ แต่เป็นหน้าที่ต้องถาม อาจทำให้ดาราไม่พอใจบ้าง แต่เราก็ทำตามหน้าที่ให้ได้ตามประเด็นที่ต้องการ แต่มองกลับกันบางที่ดาราอยากจะให้ช่วยทำข่าวเพื่อโปรโมทธุรกิจ โปรโมทตัวเอง เลยเป็นเหมือนพี่น้อง น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด นี่แหละถึงจะเป็นนักข่าวที่จริง ไม่ใช่  ติ่งดารา ที่หวังจะมาใกล้ชิดดาราและปกป้องดาราที่รัก”
10005872_4113510813755_1115316028_o

คุณโอ๋ อดีตนักข่าวบันเทิง

คุณโอ๋ อดีตนักข่าวบันเทิง “ประสบการณ์เป็นนักข่าว 10 ปี … นักข่าวบันเทิง คือ คนที่เอาเรื่องของคนในวงการบันเทิงมาบอกต่อ แต่ก่อนก็เรื่องผลงาน เดี๋ยวนี้เเทบจะทุกเรื่อง ไม่เว้นเเม้เเต่เรื่องส่วนตัว ซึ่งเเหล่งข่าวมีทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ จนเกิดเป็นภาษาเฉพาะที่เข้าใจกันในวงนักข่าว เช่น โดนแดกหัว อันนี้คือเเหล่งข่าวไม่เต็มใจ หรือ รำวง คือถามเรื่องดีๆก่อนแล้วค่อยตบด้วยคำถามที่ต้องการ เป็นต้น สมัยนี้ไม่รู้นักข่าวบันเทิงเป็นยังไงกันบ้างนะ แต่เเน่นอนว่าทุกคนทุ่มเทเพื่อให้ได้ข่าว เเม้จะมีคนบางกลุ่มมองว่า นักข่าวบันเทิงขี้เสือก แต่ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อมีคนอยากรู้ เเล้วก็ต้องทำต่อไป รึคุณไม่อยากรู้…”
S__27107335

คุณจอย Nine Entertain

คุณจอย Nine Entertain “หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นนักข่าวบันเทิงต้องดีมากแน่ๆ เลย ได้เจอดาราเยอะแยะไปหมด ชอบใครก็ได้ถ่ายรูปด้วย หรือบางคนอาจจะคิดว่าแค่เรียนนิเทศน์มาก็เป็นนักข่าวได้แล้ว ไม่เห็นยาก ..ซึ่งสิ่งที่คนอื่นคิดมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอก แต่พอวันนึงได้มาอยู่ในจุดนี้จริงๆ เข้าใจเลยว่าการเป็นนักข่าวบันเทิงที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักข่าวไม่ได้มีหน้าที่แค่ถือไมค์แล้วถามดาราว่า “เรื่องหัวใจเป็นไงบ้างคะ” แต่นักข่าวต้องสามารถเขียนสกู๊ปข่าวต่างๆ ที่นอกจากเรื่องส่วนตัวของดาราได้ ต้องรู้จักวงการบันเทิงในทุกแง่มุม เบื้องหน้า เบื้องหลัง วงการหนัง วงการเพลง ทิศทางตลาด รวมถึงต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือและควบคุมการออกอากาศของรายการได้ด้วย เนื่องจากเราทำรายการทีวีอ่ะนะ และที่สำคัญถ้าเลือกที่จะเป็นนักข่าวบันเทิงแล้ว นั่นหมายความว่า เลิกคิดที่จะมีเวลาส่วนตัวไปได้เลย และถ้าคนที่ไม่รักอาชีพนี้จริงๆ มักจะอยู่ได้ไม่นาน เราทำอาชีพนี้มาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่มีรายการบันเทิงไม่ถึง 10 รายการจนตอนนี้มีกล้องนับ 30 ตัว มีนักข่าวใหม่เปลี่ยนหน้าแทบทุกวัน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ได้นาน
การเป็นนักข่าว ไม่ใช่แค่นักข่าวที่อยากจะสนิทกับดาราเพื่อให้ง่ายในการทำงานเท่านั้น แต่ดาราบางคนก็พยายามตีสนิทกับนักข่าวเพราะหวังผลประโยชน์ อยากให้นักข่าวช่วยโปรโมททั้งผลงานและธุรกิจเช่นกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า นักข่าวได้ข่าว ดาราได้โปรโมทตัวเอง วินวินกันทั้งคู่
แต่ในปัจจุบันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเสพข่าวเรื่องส่วนตัวของดารามากกว่าเรื่องผลงาน สังเกตได้จากยอดเข้าชมตามแฟนเพจหรือเว็บไซด์ต่างๆ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวคนมักจะให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ถูกนำมาพูดถึงกันในวงกว้าง แต่ถ้ามีข่าวเรื่องดีดี ใครไปทำอะไรดีดีมา มักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมปัจจุบันจึงมีแต่ข่าวด้านลบออกมามากว่าข่าวดีๆ บางครั้งไปถามดาราเรื่องข่าวเสียหาย เคยโดนเหวี่ยง โดนจิก ก็โดนมาหมดแล้ว ช่วงแรกๆ นอยด์หนักมาก แต่โดนบ่อยๆ ก็ค่อยๆ ชินไปเอง แต่นั่นก็ทำให้เราได้รู้จักดาราในอีกมุมที่คนภายนอกไม่ได้เห็น….และถ้าดาราที่เราปลื้ม นิสัยดีด้วยแล้วล่ะก็ เราจะยิ่งรักและเอ็นดูเค้ามากขึ้นด้วย แต่ไม่ว่าอาชีพนักข่าวบันเทิงจะโดนคนด่าหรือไม่ชอบยังไง แต่ตอนนี้ขอบอกว่าหลงรักอาชีพนี้มากๆ และภูมิใจกับการเป็นนักข่าวบันเทิงมากด้วย”
FullSizeRender 57

คุณคมม์ เนชั่นบันเทิง

คุณคมม์ เนชั่นบันเทิง “นักข่าวบันเทิง จริงๆแล้ว มีอะไรมากกว่าแค่คำว่า “บันเทิง” เพราะในความบันเทิงที่ภาพหน้าดูเหมือนไม่มีอะไรลึกซึ้งซับซ้อน แต่เอาเข้าจริงๆก็มีรายละเอียดเชิงลึกต่างๆที่นักข่าวบันเทิงจะต้องเจาะลึก ซึ่งหลายครั้ง การเจาะลึกก็ทำให้สังคมคิดว่า นักข่าวบันเทิงดูจะก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวของคนดังจนเกินลิมิตความเหมาะสม แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่นักข่่าวบันเทิงทุกคนที่จะมีความสุขกับการเจาะลึกข้อมูลส่วนตัวของคนดัง และยังมีนักข่าวบันเทิงอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังพยายามมองหาแง่มุมส่วนตัวของคนดังที่เป็นด้านงดงาม น่าชื่นชม และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้คนในสังคมมานำเสนอ ตราบใดที่ผู้เสพสื่อยังมีความหวังจะได้เสพสื่อบันเทิงไทยที่สร้างสรรค์ ตราบนั้นสื่อบันเทิงน้ำดีก็จะยังคงมีกำลังใจที่จะเดินหน้าทำงานกันต่อไป”

ติดตามเพจผมได้ที่

https://www.facebook.com/NightPhoominOfficial

Instagram: @nightphoomin

Twitter: @nightphoomin

ทำบุญ, มาฆบูชา, รีวิว, pantip, พันทิป, review, blogger, บล็อกเกอร์, บล็อกเกอร์ผู้ชาย



I'm the creator and producer of a tv show. Also, I work on social media marketing for artists, products and special projects. I love writing- photography and enjoy sharing them on my social media. I like the hit music, good movies, exercise and traveling. This is my blog. I hope you will enjoy it.