Review รีวิว: ตามไนท์เที่ยว “อิสตันบูล” Istanbul, Turkey 2

ตอนที่ 2: ตะลุย “อิสตันบูล” เมือง 2 ทวีป

ย้อนอ่านตอนที่ 1: เตรียมตัวไป “อิสตันบูล” »> http://goo.gl/7ZNXAU  

image

หลังจากไนท์เดินทางจากกรุงเทพฯ พักเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ รวมเวลาราวๆ 14 ชั่วโมง ไนท์ก็เดินทางมาถึงน่านฟ้าเมืองอิสตันบูลเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งเครื่องบินบินอยู่เหนือทะเลมาร์มะรา(Sea of Marmara) ทะเลทางตอนใต้ของเมืองอิสตัสบูล โดยมีช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) กั้นระหว่างทวีปยุโรป(ด้านบน)กับเอเชีย(ด้านล่าง)และเชื่อมกับทะเลดำ(Black Sea) นั้นเอง ส่วนช่องแคบที่แบ่งส่วนยุโรประหว่างเมืองเก่ากับเมืองใหม่เรียกว่า The Golden Horn … แสงตะวันยังสว่างดี ทำให้มองเห็นเมืองอิสตันบูลทั้งเมือง เห็นเรือเฟอร์รี่รับส่งผู้โดยสารหลายเส้นทาง ถือว่าเป็นการกระตุ้นการมาเยือนเมืองนี้ได้อย่างดี ในเวลานั้น ไนท์คิดว่า “อยากลงเครื่องไวไวแล้วซิ”

image

ก่อนที่คุณผู้อ่านจะแลนดิ้งสู่สนามบินพร้อมๆกับไนท์ เรามาทำความรู้จักเมืองอิสตันบูลกันก่อนดีกว่าครับ …

อิสตันบูล คือเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศตุรกี เคยเป็นเมืองหลวงก่อน แล้วในปีค.ศ.1923 ได้ย้ายไปเมือง อังการา (Ankara)  สำหรับเมืองอิสตันบูลมีประชากรราว 14 ล้านคน และเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับไหลมีประวัตศาสตร์วัฒนธรรมที่ยาวนานกว่า 2,600 ปี เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่ผู้ทรงมหาอำนาจของโลกหลายยุคหลายสมัยต้องการครอบครอง

เรียงลำดับยุคต่างๆ ดังนี้

ยุคแรกคือ “กรีก” สร้างเมืองนี้ชื่อว่า “ไบแซนเทียม”(Byzantium) เมื่อปี 667 ก่อนคริสตกาล เจริญรุ่งเรืองกว่า 800 ปี แล้วถูกยึกครองโดยจักรวรรดิโรมัน

image

ยุคสองคือ “จักรวรรดิไปเซนไทน์” (Byzantine) หรือจักรวรรดิโรมันตะวันออก ซึ่งย้ายเมืองหลวงจากโรมมาอยู่ที่นี้ เมื่อปีค.ศ.330 โดยสมัยนั้นใช้ชื่อว่า “คอนสแตนติโนเปิล” (Constantinople) ในสมัยนั้นถือว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในยุโรป และยังเป็นเมืองหลวงของศาสนาตริสต์ มีปูชนียสถานที่สำคัญอย่าง มหาวิหารโซเฟีย (Hagia Sophia) อายุกว่า 1,500 ปี ติด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคกลาง ระหว่างที่ยุคนี้เจริญกว่า 1,000 ปี ได้ถูกรุกรานจากชาวเติร์กออตโตมัน(Ottoman) มาโดยตลอด หรือเรียกว่า “สงครามครูเสด” สุดท้ายในสงครามครูเสดครั้งที่ 4 จักรวรรดิออตโตมันก็ยึดครองเมืองคอนสแตนติโนเปิลได้สำเร็จ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ”อิสตันบูล” ในปีค.ศ.1453 จนถึงปัจจุบัน สิ้นสุดวัฒนธรรมกรีก-โรมันและศาสนาคริสต์เป็นระยะเวลา 1,123 ปี และศาสนาอิสลามเข้ามาแทน 

image

image

ยุคที่สาม: “จักรวรรดิ์ออตโตมัน” (Ottoman) จักรวรรดิ์นี้กินพื้นที่ไปไกลถึงกรุงเวียนนาและอียิปต์ ซึ่งเป็นยุคที่เมืองอิสตันบูลรุ่งเรืองสุดขีด ทั้งวัฒนธรรมและสิ่งปลูกสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการ รวมถึงมัสยิดสีฟ้า (Blue Mosque) ที่สร้างเสร็จในปีค.ศ.1616 เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจนถึงทุกวันนี้ หลังจากสุลต่าลสุไลมาน สิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ.1566 ก็เข้าสู่ยุคเสื่อมของจักรวรรดิ์ออตโตมันนับราวๆ 300 ปี สาเหตุคือสุลต่านไม่มีความสามารถ ฉ้อราษฎร์บังหลวง เศรษฐกิจอ่อนแอ ผิดกับประเทศอื่นในยุโรปที่เจริญรุ่งเรือง และปีค.ศ.1923 ออตโตมันล่มสลายในที่สุด

 image

image

ยุคที่สี่(ปัจจุบัน): “สาธารณรัฐตุรกี” มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก (Mustafa Kemal Atatürk) นายทหารผู้เดียวของจักรวรรดิ์ออตโตมันที่ไม่แพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 และหลังจากออตโตมันพ่ายแพ้สงคราม อตาเติร์กเป็นผู้นำขบวนการแห่งชาติตุรกี ในสงครามประกาศเอกราชตุรกี เอาชนะฝ่ายไตรภาคี(อังกฤษ,ฝรั่งเศส,รัสเชีย) ซึ่งนำมาสู่การก่อตั้งประเทศและเขาได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของตุรกี เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมอิสลามให้มีความทันสมัย และเป็นประเทศประชาธิปไตยในที่สุด … ด้วยเหตุนี้คนตุรกีถึงได้รักอตาเติร์กมากๆ ไปที่ไหนก็จะเห็นอนุสาวรีย์ของท่านครับ

image

image

 image

พอเครื่องลงจอดที่สนามบินอิสตันบูล อาตาตูร์ก อินเตอร์เนชั่นแนล( Istanbul Atatürk Airport) เรารีบตรงไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สำหรับคนไทยยื่นพาสปอร์ตประทับเดินเข้าประเทศตุรกีได้อย่างสบายเลยครับ หลังจากได้กระเป๋าเรียบร้อย เตรียมตัวเริ่มทริปอิสตันบูลอย่างเป็นทางการครับ

image

image

เริ่มด้วยการหาที่แลกเงินตุรกี ซึ่งมีหลากหลายธนาคารให้แลก คุณควรแลกเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อเป็นค่ารถเดินทางไปที่พักครับ อีกอย่างที่ไม่ควรแลกเยอะเพราะว่า คุณจะต้องเสียค่าคอมฯ 4%  เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเดินทางไปสนามบินไหนในตุรกีไม่ควรแลกเงินที่สบามบินโดยไม่จำเป็นครับ … ไนท์แลกประมาณ 30 ดอลล่าร์พอครับ เพื่อเป็นค่ารถไฟเดินทางเข้าเมือง

 image

สำหรับการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองอิสตันบูล มีด้วยกันหลายวิธี ทั้งรถแท๊กซี่, รถบัส, รถราง, รถไฟฟ้า แต่วิธีที่ดีที่สุดผมแนะนำรถราง-รถไฟฟ้าครับ เพราะสะดวกและไว คุณสามารถเสียเงินราคาเดียวไปไกลเท่าไหร่ก็ได้ตลอดสาย 

จุดหมายที่ไนท์จะไปคือย่าน Taksin ย่านธุรกิจสำคัญและมีโรงแรมที่พักที่หลากหลาย ถ้าคุณพักแถวย่านนี้ถือว่าครบครันทุกสิ่งอย่างครับ … หลังจากเดินออกมาจากจุดแลกเงินคุณจะเห็นป้ายพาคุณไปสู่รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีแดง M1 สถานี Havalimani (แปลว่า สนามบิน) ไปลงสถานี Aksaray เพื่อต่อรถรางสายสีน้ำเงิน T1 ไปสู่สถานี Kabatas (รถไฟฟ้าใต้ดินจะไวกว่ารถราง เพราะรถรางจะขับช้าและเวลาไม่แน่นอนครับ เลยไม่แนะนำให้ต่อรถรางที่สถานี Zeytinburnu) พอเราถึงสถานี Kabatas ต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีเหลือง F1 สู่สถานี Taksim

image

image

image

TIP: ค่าบริการรถราง-รถไฟฟ้าต่อเที่ยว ราคาเหมาจ่ายเที่ยวละ 4 TL หรือราวๆ 60 บาท วิธีการคือ หยอกเงินให้ครบก่อน เช่น มา 2 คนก็ต่อหยอด 8 TL กดปุ่มสีน้ำเงินเพื่อเลือกจำนวน และกดปุ่มสีเขียวเพื่อโอเค

image

แต่ถ้าคุณซื้อ Istanbulkart (ราคาบัตรประมาณ 5 TL) แล้วเติมเงินที่เครื่องอัตโนมัติ คุณจะเสียค่าเดินทางต่อเที่ยวประมาณ 1.95 TL เท่านั้น (ประหยัดมากๆ) และบัตรนี้บัตรเดียวคุณสามารถขึ้นรถราง, รถไฟฟ้า, รถบัส ได้เลยครับ สะดวกมากๆ แล้วถ้าคุณมากันหลายคน คุณใช้บัตรเดียวกันได้ แค่เอาบัตรประทับที่เครื่องผ่านเท่ากับจำนวนคนครับ ไม่เหมือนเมืองไทยที่ 1 บัตรต่อ 1 คน … แบบนี้เรียกว่าสะดวกเป็นหมู่คณะครับ

 image

image

Taksim Square หรือ จตุรัสทักซิม ลานกว้างมีสวนสาธารณะใหญ่ที่สุดของเมืองอิสตันบูล เป็นที่ทั้งของอนุสาวรีย์อิสรภาพ รวมทั้งธงชาติตุรกีขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน บริเวณนี้ถือว่าเป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญ คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งโรงแรม, ร้านอาหารท้องถิ่น, ที่พักผ่อนหย่อนใจ และที่นี้ยังเชื่อมต่อกับถนน Istiklal ย่านช๊อปปิ้งกลางคืนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งอีกด้วย (เดี๋ยวไนท์พาไปรีวิวเดินถนนนี้แน่นอน)

image

image

image

TIP: นอกจากนั้นใครอยากได้เรทแลกเงินดีๆ ย่านทักซิมเป็นคำตอบที่ดีมากๆครับ เพราะไนท์แลกที่นี้ทุกครั้งครับ อัตราอยู่ที่ 2.185 TL/$1 ครับผม (ถ้าแลกแถวๆย่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆจะอยู่ประมาณ 2.125 TL/$1) อีกอย่างถ้าจะแลกเงินที่ไหนต้องสังเกตคำว่า “No Commisson” ด้วยนะครับ

image

 

ข้อมูลพร้อม ร่างกายพร้อม และเงินก็พร้อม ได้เวลาเริ่มทัวร์อิสตันบูลกันแล้ว … เย้!!!วันแรกของการเริ่มเที่ยวในอิสตันบูลของไนท์นั้น เริ่มด้วยสถานที่สำคัญที่เป็นไฮไลท์ของที่นี้ อยากจะบอกว่าคนเยอะมาก เพราะเป็นวันเสาร์ ฉะนั้นใครที่มาเที่ยวที่นี้ แล้วจะเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ยอดฮิต ไนท์ขอแนะนำให้มาวันปกติ เพราะคนจะน้อยกว่าวันหยุด 1 ต่อ 3 เลยนะครับ … ไนท์นั่งแท๊กซี่มาจากโรงแรมแถวๆจตุรัสทักซิมมาลงสถานีรถราง Karakoy ที่อยู่ติดกับสะพาน Galata ที่เชื่อมระหว่างฝั่งเมืองเก่าและเมืองใหม่ เพื่อไปลงสถานนี Sultan-ahmet ซึ่งใกล้ที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง มหาวิหารโซเฟียและมัสยิดสีฟ้า … ค่าแท๊กซี่ประมาณ 10 TL ราว 145 บาท หรือถ้าพักใกล้รถราง-รถไฟฟ้า ก็เดินทางมาสะดวกครับ (เนื่องจากเป็นวันแรก อยากจะลองขึ้นรถแท๊กซี่ดูบ้างจะเป็นยังไง)

จากภาพจะเห็นสะพาน Galata อยู่ขวามือ ส่วนตึกที่สูงที่สุดคือ Galata Tower

image

 

TIP: ค่าแท๊กซี่ในเมืองอิสตันบูลแพงกว่าเมืองไทยประมาณ 2 เท่า เพราะค่าน้ำมันที่นี้ ราคาลิตรละ 70 บาทเชียวนะครับ ระยะทางไม่ไกลมากอย่าง Taksim Square มาที่ย่าน Karakoy ถ้าเป็นเมืองไทยก็ราวๆ 60 บาทเท่านั้นเอง แต่ไนท์จ่ายราวๆ 145 บาท

 image

คำเตือน!!! การใช้บริการแท๊กซี่ของที่นี้ คุณต้องรู้จักพื้นที่ดีพอสมควร รู้ว่าจะไปไหนแน่นอน เพราะคุณอาจจะเจอแท๊กซี่หัวหมอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ แล้วพาคุณขับวนเล่นๆสักรอบสองรอบปั่นมิเตอร์ก็เป็นได้ กว่าจะรู้ตัวก็ปาไปหลายร้อยบาทแล้วครับ … ดูแผนที่ให้ชัวร์ บอกแท็กซี่ให้แม่นๆด้วยนะครับ (ถ้าสื่อสารกันไม่เข้าใจ ไนท์ใช้แอพ Google Translate  ช่วยได้มากเลย)

image

 image

image

เมื่อเดินทางถึงสถานีรถราง Sultan-ahmet คุณจะได้เห็นความยิ่งใหญ่และสวยงามของ มหาวิหารโซเฟียและมัสยิดสีฟ้า ที่อยู่ตรงข้ามกันโดยมีจตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดกั้นครับ จตุรัสนี้ถือว่าเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว คนเยอะทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นสถานที่ที่ทำให้คุณถ่ายรูปได้อย่างสนุกสนานครับ ไนท์แนะนำให้คุณมาถึงตรงนี้ประมาณ 8 โมงเช้า ถ่ายรูปกันนิดหน่อยก็ไปต่อกันที่ “ฮิปโปโดรม” (Hippodrome)

image

image

เป็นลานกว้างที่อยู่หน้าทางเข้าหลักของมัสยิดสีฟ้า สำหรับฮิปโปโดรมเป็นสนามแข่งม้าเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกรีกโรมัน ประมาณปีค.ศ.203 จุคนดูได้มากถึง 100,000 คน!!! ปัจจุบันเหลือเพียงเสา 3 ต้นเท่านั้น คือ เสาที่สร้างในอียิปต์ สร้างราว 390 ปีก่อนคริสตกาล เพื่อถวายแก่พาโรห์ตุตโมซิสที่ 3 ถูกนำกลับมาไว้ที่อิสตันบูล เสาต้นที่สองคือ เสางู สร้างเมือง 479 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะเป็นงู 3 ตัวพันกัน ซึ่งส่วนหัวได้เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์อิสตันบูลและพิพิธภัณฑ์ที่กรุงลอนดอน) และเสาต้นที่สามคือ เสาคอนสแตนตินที่ 7 

 image

image

TIP: บริเวณนี้เป็นลานกว้างนักท่องเที่ยวเยอะมากครับ และผมแนะนำให้คุณระวังมิจฉาชีพที่อาจจะมารีดไถ่เงินคุณในครอบคนขัดรองเท้า ผมโดนมาแล้ว เข้ามาถามว่า “มาจากที่ไหน?” พอเราคุยด้วย เขาจะบอกว่า “ขอขัดรองเท้าให้ฟรี” แล้วก็จู่โจมลงมาขัดเลย สุดท้ายเขาขอเงินเราเป็นแบงค์!!! ซึ่งเราให้ไป 2 TL (เหรียญ) ซึ่งเขาก็ดูไม่พอใจ จะขอเป็นแบงค์เท่านั้น ซึ่งแบงค์ที่ไนท์มีก็ 10 TL แปลว่า 145 บาทเชียวนะครับคุณ ใช้เวลาคิดอยู่ประมาณ 5 วินาที ไนท์ก็ตอบไปว่า “ฉันมีแค่นี้ เพราะว่ายังไม่ได้แลกเงิน จะเอาไหม?” สรุปว่าแยกย้ายกันโดยดีครับ เสียค่าโง่ไป 30 บาท เห้อ… ถือว่าเป็นประสบการณ์ละกัน

image

image

ถ่ายรูปฮิปโปโดรมสมใจแล้ว คุณจะเห็นประตูทางเข้าหลักของมัสยิดสีฟ้า (Blue Mosque) หรือชื่อเป็นทางการว่า มัสยิดสุลต่านอาห์เหม็ต (Sultanahmet Mosque) ถ้าคุณคุยกับคนท้องถิ่น เขาจะไม่รู้จัก Blue Mosque นะครับ ต้องเรียก Sultanahmet จะเป็นที่รู้จักมากกว่าครับ … สำหรับที่นี้ เข้าชมได้เร็วและปิดช้ากว่าที่อื่นๆ 8.30-19.00น. ที่สำคัญเข้ามาเยี่ยมชมที่นี้ฟรีครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนนับถือศาสนาอิสลาม คุณสามารถเข้ามาทำละหมาดได้ 24 ชั่วโมง

image

image

สุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 มีพระประสงค์ที่จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิออตโตมันให้มีความงดงามและยิ่งใหญ่แบบมหาวิหารเซนต์โซเฟียที่สร้างในยุคจักรวรรดิไบแซนไทน์ และยังสร้างในพื้นที่ที่ใกล้กันด้วยครับ เหตุที่ทำให้มัสยิดเห็นนี้เป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงินนั้น มาจากการตกแต่งกระเบื้องเคลือบอิสนิค (Iznik Tile) และยังเป็นมัสยิดแห่งเดียวของฮิสตันบูลที่มี 6 หอคอยครับ ด้วยสถาปัตยกรรมทำให้ที่นี้เป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นฉากหลังให้กับภาพยนตร์ฮอลีวู้ดดังๆหลายเรื่อง อย่าง James Bond: From Russia with Love, Taken 2, Skyfall

image

image

image

image

 image

อย่างที่ไนท์บอก ถ้าคุณมาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ คุณจะต้องต่อแถวรอเข้าชมด้านในนานมาก เพราะนักท่องเที่ยวมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ตลอดทั้งวันครับ แต่ถ้ามาวันธรรมดาคนจะเบาบางหน่อย ไม่ต้องรอนาน

image

ก่อนเข้าไปภายในเราต้องนำรองเท้าใส่ถุงและถือติดตัวไป ซึ่งเป็นแบบนี้เกือบทุกมัสยิด นอกจากมัสยิดไหนไม่ได้ฮอตฮิตก็แค่เอาไปวางที่ชั้นวางรองเท้าก็พอครับ เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว จะเห็นความยิ่งใหญ่ตระการตาของหลังคาซ้อนกัน 8 ชั้น ตกแต่งด้วยกระเบื้องอิสนิคสีสันสวยงามทั้งภาพดอกไม้และผลไม้ ใช้กระเบื้องตกแต่งหลายหมื่นแผ่นเชียวนะครับ

 image

image

image

image

ชื่นชมความสวยงามทั้งด้านนอกและด้านในของมัสยิดสีฟ้าไปแล้ว เดินออกมาจากประตูด้านข้างเดินผ่านจตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ดก็ถึงมหาวิหารโซเฟีย (Hagia Sophia) หรือคนท้องถิ่นเรียกที่นี้ว่า Ayasofya (อะยาโซเฟีย) โด่งดังในฐานะ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง จุดเด่นคือ ยอดโดมที่สูงใหญ่ตกแต่งสวยงาม มีอายุกว่า 1,500 ปี เริ่มแรกถูกสร้างเป็นโบสถ์คริสต์ ศาสนานิกายออร์ทอดอกซ์ 

image

image

โดยจักรวรรดิ์ไบเซนไทน์ โบสถ์ฮาเยียโซเฟียมาจากภาษากรีกหมายความว่า “โบสถ์แห่งปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์”  ตรงกับภาษาอังกฤษ   “Holy Wisdom” ตัวโบสถ์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันหลังถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในตำแหน่งเดียวกันหลังจากโบสถ์ถูกเผาทำลายจากเหตุการณ์จลาจลถึงสองครั้ง โดยระดมคนสร้างมากกว่า 10,000 คนเลยครับ

 image

แล้วหลังจากการถูกยึดครองโดยจักรวรรดิ์ออตโตมันในปีค.ศ.1453 จึงเปลี่ยนเป็นมัสยิด โดยเอาปูนขาวโบกทับภาพโมเสคเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ แล้วตกแต่งเพิ่มเติมให้มีสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามทดแทน สุดท้ายช่วงล้มสลายของจักรวรรดิ์ออตโตมัน เปลี่ยนการปกครองเป็นสาธารณรัฐตุรกี ในปีค.ศ.1935 มหาวิหารโซเฟียถูกบูรณะขึ้นใหม่ ล้างปูนขาวที่โบกทับเอาไว้ออก แล้วกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังจนถึงทุกวันนี้

 image

เนื่องจากมหาวิหารโซเฟียเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในการมาเยือนเมืองอิสตันบูล แน่นอนว่าคนจะเข้าแถวรอซื้อบัตรเข้าชมแต่เช้า ราคาบัตร 30 TL แต่ไนท์ขอแนะนำว่าให้ซื้อ Museum Pass ที่ตู้อัตโนมัติเลยดีกว่า มีแบบ 3 วัน กับ 5 วัน สามารถใช้ได้กับพิพิธภัณฑ์อื่นๆได้ด้วย คุ้มค่าและประหยัด แถมยังเข้าได้สะดวกรวดเร็วครับ (ไนท์ไม่แนะนำให้ซื้อแบบ 3 วันแล้วติดวันจันทร์นะครับ เช่น ซื้อวันเสาร์จะใช้ได้ถึงวันจันทร์ แต่วันจันทร์เป็นวันหยุดพิพิธภัณฑ์ ไม่คุ้มครับ)

image

TIP: Museum Pass: 3 วัน 85 TL และวัน 115 TL

สามารถเข้าชมได้ดังนี้: Hagia Sophia Museum, Topkapı Palace Museum และ Harem Apartments, İstanbul Archaeological Museums, İstanbul Mosaic Museum, Museum of Turkish and İslamic Arts, Museum for the History of Science and Technology in Islam, Chora Museum, Galata Mevlevi House Museum, Yıldız Palace, Rumeli Hisar Museum, Fethiye Museum 

 imageimage

หลังจากซื้อบัตร Museum Pass ที่ตู้อัตโนมัติเรียบร้อย เราสามารถมาเช่า Audio Guide ได้ครับ จะมีตามสถานที่เที่ยวสำคัญๆ มีหลากหลายภาพ แต่ไม่มีภาษาไทยนะครับ ถ้าเทียบนักท่องเที่ยวในแทบเอเชีย จะสังเกตเห็นว่า จีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น จะมาเที่ยวกันเยอะมาก คนไทยยังถือว่าน้อย ไนท์อยู่อิสตันบูล 7 วัน เจอคนไทยแค่ 3 คนเองครับ 

image

image

เราก็เดินเข้ามายังประตูทางเข้าหลักของมหาวิหารโซเฟีย แหงนหน้าขึ้นไปด้านบนประตูคือ ภาพโมเสคจักรพรรดิ์ลีโอที่ 7 ก้มลงกราบพระเยซู ด้านซ้ายเป็นพระแม่มารี (Imperial gate mosaics) ซึ่งในยุคไบเซนไทน์รุ่งเรือง ประตูนี้จักรพรรดิ์เท่านั้นที่สามารถเข้าออกได้ครับ และบริเวณประตูนี้คุณจะพบกับนิทรรศการย่อยๆที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นมา รวมถึงศิลปะที่สำคัญๆของที่นี้ให้เราทำความเข้าใจกันก่อนครับ

image image

image

พอเดินผ่านประตูเข้ามาจะเห็นโถงใหญ่ขนาดมหึมาน่าเกรงขาม มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 32 เมตร สูงถึง 56 เมตร ทำให้เราอึ้งไปพักหนึ่งเลย แหงนหน้าขึ้นไปมองรายละเอียดต่างๆเพื่อพิจารณา สมกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกโดยแท้  บริเวณฐานทรงกลมของโดมเจาะเป็นช่องหน้าต่างโค้งจำนวน 40 ช่องแสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องหน้าต่างให้ความสว่างแก่ห้องโถง เส้นแสงที่ตกกระทบโมเสกบนฝาผนัง บรรยายเรื่องราวความเชื่อทางศาสนา เกิดเป็นมิติภาพที่งดงาม ไนท์รู้เลยว่าเราต้องอยู่ที่นี้นานแน่ๆเลย หลายจุดน่าสนใจ โดยเฉพาะภาพโมเสคที่ยอดโดม ภาพพระแม่มารีอุ้มพระเยซู (Virgin Mother and Child) ถือว่าเป็นผลงานทางศิลปะที่สำคัญชิ้นหนึ่งของยุคไบเซนไทน์ ซึ่ง ณ จุดนี้ คุณจะเห็นนักท่องเที่ยวยืนรอถ่ายรูปกันเต็มไปหมด

 image

image

image image

มหาวิหารโซเฟียแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ทุกมุมภายในวิหารมีศิลปะโมเสคประดับตกแต่งไว้แทบทุกจุด ส่วนใหญ่เป็นภาพที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์ และสถาปัตยกรรมต่างๆอีกมากมาย เช่น โมเสคภาพวันพิพากษา เขียนในยุคศตวรรษที่ 12 มีพระเยซูอยู่ตรงกลางระหว่างพระแม่มารีและเซนต์จอห์น (The Deësis mosaic), หลุมศพของเฮนริคัส แดนโดโล (Henricus Dandolo) แม่ทัพจากเมืองเวนิส คุมกองทัพลาตินโจมตีเมืองอิสตันบูลในสมัยสงครามครูเสดครั้งที่ 4 แล้วเสียชีวิตระหว่างทาง ศพฝั่งอยู่ที่นี้, Weeping Pillar หรือ เสาร้องไห จะเห็นนักท่องเที่ยวต่อแถวเอานิ้วโป้งแหย่เข้าไปในรู แล้วถ้าบิดข้อมือได้ 360 องศา คุณจะสำเร็จตามคำอธิษฐาน (ลองทำกันดูนะ)

 image

 image

image

image

image

image

ไนท์ใช้เวลาอยู่ในมหาวิหารโซเฟียเกือบ 3 ชั่วโมง ด้วยโมเสคสีทองสะท้อนกับแสงที่มาจากหน้าต่างโดยรอบวิหารที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก รู้สึกถึงเสน่ห์มนต์คลังในแบบโบรถ์คริสต์และผสมผสานวัฒนธรรมอิสลามได้อย่างลงตัว ไนท์คิดว่า ลองอ่านภูมิหลังประวัติศาสตร์ก่อนที่คุณจะมาท่องเที่ยวที่นี้ จะทำให้คุณซึมซับอดีตและทำให้การท่องเที่ยวของคุณเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้นครับ

image

image

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของเมืองอิสตันบูล ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะครับ ในโซน The Old Town ยังมีสถานที่สำคัญๆอีกหลายแห่ง เช่น ห้องเก็บน้ำใต้ดินสไตล์โรมัน (Basilica Cistern), พระราชวังทอปคาปิ (Topkapi Palace), พิพิธภัณฑ์โบราณคดีอิสตันบูล (Istanbul  Archeological Museum) แต่ละที่รับรองว่ายิ่งใหญ่อลังการจนคุณต้องตะลึงครับ ติดตามต่อ ตามไนท์เที่ยว “อิสตันบูล” ตอน 3 นะครับ

สำหรับ ตอนที่ 1: เตรียมตัวไป “อิสตันบูล” »> http://goo.gl/7ZNXAU

image

image

 

ติดตามไนท์ได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ:

Website: http://www.nightphoomin.com
Twitter: http://www.twitter.com/NightPhoomin
Fackbook: http://www.facebook.com/NightPhoominOfficial
Instagram: http://www.instagram.com/NightPhoomin
Google+: http://www.gplus.to/nightphoomin


Review: God Help The Girl บ่มหัวใจ…ใส่เสียงเพลง

ถ้าคุณอยากดูหนังวัยรุ่นใสๆเคล้าเสียงเพลงสักเรื่อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าตอบโจทย์คุณมากๆ … เรื่องราวของ อีฟ เด็กสาวที่ป่วยเป็นโรคอนาเล็คเซียหรือการกินอาหารผิดปกติ ทำให้เธอถูกส่งตัวมารักษาที่สก๊อตแลนด์ ถึงแม้ว่าเธอจะป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์และพยาบาล เธอมีพรสวรรค์ในการแต่งเพลงและร้องเพลง ทำให้ชีวิตเธอทุกๆวันเต็มไปด้วยความฝันแบบวัยรุ่น แล้วค่อยๆเรียนรู้ชีวิตภายนอกโรงพยาบาล จนได้เจอกับเจมส์และแคซซี่ แล้วทั้ง 3 คนได้ตั้งวงดนตรีของตัวเองขึ้นมา

.

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำบทเพลงของ Belle and Sebastain มาเรียบเรียงใหม่ โดยการเขียนบทและกำกับโดยนักดนตรีอินดี้อย่าง Stuart Murdoch และชื่อของหนังเรื่องนี้ God Help the Girl ยังมีจากชื่ออัลบั้มและชื่อเพลงของวง Belle and Sebastain อีกด้วย

.

สำหรับนักแสดงนำอย่าง Emily Browning เราอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาจากหนังเรื่อง Lemony Snicket’s A Series of Unfortunate EventsSucker PunchThe Host เป็นต้น เธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของหนังได้ดี ทั้งอารมร์สับสนในแบบวัยรุ่น ความสดใสที่เต็มไปด้วยความหวัง เธอแสดงได้อย่างเข้าถึงจริงๆ ด้วยใบหน้าอันแสนจะเก๋ไก๋ของอิมิลี่สามารถดึงดูดสายตาของผู้ชมได้อย่างดี … ในอนาคตถ้าเธอได้รับบทเด่นๆ ผมเชื่อว่าเธอจะต้องเป็นนักแสดงแถวหน้าได้ไม่ยากเลยครับ

.

ใครที่เบื่อหนังแอ๊คชั่น โปรดักชั่นใหญ่ๆ … ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ หนังวัยรุ่น เพลงเพราะ และสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี ไม่แน่คุณชมหนังเรื่องนี้แล้ว อาจจะค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองก็ได้นะ


Review รีวิว: ตามไนท์เที่ยว “อิสตันบูล” Istanbul, Turkey (1)

image

ตอนที่ 1: เตรียมตัวไป “อิสตันบูล” 

ถ้าให้คนไทยนึกถึงตุรกี ไนท์เชื่อว่าทุกคนจะต้องนึกถึงอาหารอย่าง “เคบับ” หน้าตาที่คล้ายๆเบอร์เกอร์ขายตามถนนข้าวสาร หรือไม่ก็ไอศครีมเป็นถังๆที่ต้องใช้เหล็กบางๆแบนๆในการตัก แต่จริงๆแล้วตุรกีมีอะไรมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่สุดที่มีผู้อาศัยกว่า 14 ล้านคน นั้นก็คือ “อิสตันบูล” (Istanbul) เมืองสำคัญของโลกเพียงแห่งเดียว ที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ทวีป ยุโรป-เอเชีย โดยมีช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) กั้นอยู่ ซึ่งเวบไซค์ TripAdvisor จัดอันดับให้เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวควรมาเยือนมากที่สุด ประจำปี 2014 (ว้าววววว)

 image 

คนไทยสามารถเข้าประเทษตุรกีง่ายๆโดยไม่ต้องทำวีซ่า คุณสามารถซื้อตั๋วเครื่องบิน ประทับตราแล้วเดินเข้าประเทศนี้ได้อย่างสบายๆเลยทีเดียว และสามารถอยู่ได้นานถึง 30 วันครับ … ทำไมไนท์ถึงไปอิสตันบูล ต้องบอกเลยว่า รู้จักเมืองนี้จากภาพยนตร์ดังๆอย่าง Taken 2 และ Skyfall แล้ววันหนึ่งเพื่อนจากอเมริกาจะไปเที่ยวเมืองนี้แล้วเชิญชวนเรา พอไนท์หาข้อมูล ดูภาพสถานที่ต่างๆ ก็บอกตัวเองทันทีเลยว่า “ฉันต้องไปที่นี้” เลยตบปากรับคำของเพื่อนและเคลียร์งานเรียบร้อย … จนได้ไปสมใจ 

 image

เรามาเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานของประเทศตุรกีกันหน่อยดีกว่า

ภาษาราชการ: Turkish (แต่ที่นั้นก็มีคนที่จะพอพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่มากนัก ไม่ต่างจากประเทศไทยสักเท่าไหร่ครับ)

ค่าเงิน: Turkish Lira (ราวๆ 14.5 บาท/1 ลีร่า หรือ 1 ดอลล่าร์สหรัฐ/ 2.18 ลีร่า) (เทียบค่าเงิน ก.ย. 2014)

สภาพอากาศ: ฤดูใบไม้ผลิ เม.ย.-พ.ค. 7c-25c

ฤดูร้อน มิ.ย.-ก.ย. 17c-29c

ฤดูใบไม้ร่วง ต.ค.-พ.ย. 7c-20c

ฤดูหนาว ธ.ค.-มี.ค. 3c-12c

เวลา: GMT+3 (ไวกว่าเมืองไทย 4 ชั่วโมง)

เวลาทำงาน: ธนาคาร 9.00-17.00น., ศูนย์การค้า 9.00-22.00น., พิพิธภัณฑ์ 8.30-17.30น. (หยุดวันจันทร์), คลับบาร์ 23.00-5.00น. (บางคลับเปิดเฉพาะ ศุกร์-เสาร์)

เบอร์โทรศัพท์: +90

ระบบไฟฟ้า: เต้าเสียบรับปลั๊กหัวกลม 2 ขา

สายด่วนฉุกเฉิน: ตำรวจ 155, ดับเพลิง 110, ฉุกเฉิน 112, ข้อมูลนักท่องเที่ยว 170, ช่วยเหลือเด็ก/สตรี 183, ตำรวจท่องเที่ยว (0212)5274503 (เฉพาะอิสตันบูล)

Hash Tag: ท่องเที่ยวในเมืองตุรกี ถ่ายภาพแล้วโพส อย่าลืมใส่ #comeseeturkey นะครับ … รูปของเราใน Instagram อาจจะไปติดไว้ที่สนามบินก็ได้นะ 

 image

ข้อมูลปึ้กกันแล้ว ถึงคราวที่เราจะต้องหาตั๋วเครื่องบินนะซิครับ ง่ายแสนง่าย ใครถนัดจะหากับเอเจนซี่ก็ได้ หรือจะใช้บริการ Skyscanner ก็ดีครับ (เช็คแล้วราคาไม่ต่างจากเอเจนซี่เลย) บินตรงมีแค่ Turkish Airlines 40,000 บาท (ช่วงโลว์ซีซั่นอาจถูกกว่านี้) บินราวๆ 10 ชม. ส่วนแวะเปลี่ยนเครื่อง 1 ที่ อยู่ราวๆ 30,000-35,000 บาท เช่น Emirates, Egpye Air, Lufthansa, Etihad, Air Astana, Qatar เป็นต้น บินราวๆ 14-20 ชม. แต่ที่ถูกสุดคือ Aeroflot ของรัสเซีย ประมาณ 24,000 บาท สำหรับไนท์เลือกไป Emirates เพราะเปลี่ยนเครื่องไม่นานแค่ชั่วโมงเดียว และเวลาก็เหมาะสมกับการไปเจอเพื่อนที่อิสตันบูลอีกด้วยครับ

 image

เรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ติดโซเซียลมีเดียแบบไนท์ หรือคุณอาจจะต้องทำงานออนไลน์ มีการติดต่อกันตลอดเวลา ฉะนั้นอินเตอร์เนทดาต้าถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนยอมแพ้เรื่องการเปิดอินเตอร์เนทซิมที่ตุรกี หรือ ซิมตุรกี เพราะขั้นตอนยุ่งยากมาก ต้องลงทะเบียน รอนานหลายวัน ราคาก็แพงครับ… สำหรับเมืองไทย มีเพียง True Move เท่านั้นที่มี Data Roaming ที่ตุรกีไม่จำกัด ผมเลือก 7 วัน ค่าเนท 3,000 บาท (ไม่รวมภาษี) สามารถรับซิมเติมเงินและตั้งค่าที่สนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ชื่อซิมว่า Around the World ครับ … ส่วน AIS กับ DTAC ที่ตุรกีคิดเป็น Mb นะครับ 1Mb ประมาณ 70 บาท แค่อัพรูป IG 1 รูปก็ปาไป 140 บาทละมั้ง … (สำหรับใครที่ไปนานกว่า 7 วัน คุณก็เติมเงินให้พอกับค่าเนทในแพ็คเก็จ พอแพ็คเก๊จเก่าหมด ก็กดรหัสใหม่ ไม่ยากครับ)

image 

อิสตันบูล คือเมืองใหญ่ไม่เคยหลับไหลมีประวัตศาสตร์วัฒนธรรมที่ยาวนานกว่า 2,600 ปี เจริญรุ่งเรืองตั้งแต่ก่อนคริสตกาลถึง 600 ปี เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่ผู้ทรงมหาอำนาจของโลกหลายยุคหลายสมัยต้องการครอบครอง มีปูชนียสถานที่สำคัญอย่าง มหาวิหารโซเฟีย (Hagia Sophia) อายุกว่า 1,500 ปี ติด 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคเริ่มต้น และยังมีมัสยิดสีฟ้า (Blue Mosgue) ที่เป็นฉากหลังให้กับภาพยนตร์หลายเรื่อง เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้อย่างดี

สำหรับตอนหน้า เราจะมาเริ่มตะลุย “อิสตันบูล” กันครับ

image

image

ติดตามไนท์ได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ:

Website: http://www.nightphoomin.com
Twitter: http://www.twitter.com/NightPhoomin
Fackbook: http://www.facebook.com/NightPhoominOfficial
Instagram: http://www.instagram.com/NightPhoomin
Google+: http://www.gplus.to/nightphoomin


รีวิว: สัมผัสแรก! First Look!! Samsung Galaxy Note 4 Hands-on in Thailand

image

Samsung เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นสำคัญอย่าง Galaxy Note 4 และ Note Edge เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาและน่าสนใจอย่างมากในแง่ของฟีดเจอร์ที่ตอบโจทย์การทำงานหลากหลายไลฟ์สไตล์กันเลยทีเดียว ซึ่งจุดนี้ต้องยอมรับว่า มือถือตระกูล Note ทำได้ดีตลอดมา ส่วนในเรื่องของ Hardware ขอเรียกว่า ถม! ของดีที่มีอยู่ในตลาด ณ ตอนนี้ มารวมไว้ในรุ่นนี้ …​ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ไนท์ได้สัมผัสกับ Samsung Galaxy Note 4 ในเมืองไทยครับ (ส่วน Note Edge รุ่นที่มีขอบ ยังไม่นำเข้ามานะครับ คาดว่าจะต้นปี 2015)

image

หลังจาก Samsung ได้เทียบเชิญสื่อเวบไซค์เทคโนโลยีต่างๆจัดเวิร์คช๊อปไปรอบนึงแล้ว ถึงรอบที่เหล่าบรรดาบล๊อกเกอร์จะได้ทำความรู้จัก ได้ลองสัมผัส และได้ลองใช้กันจริงๆซะที 

ราคา

สำหรับราคาของ Note 4 ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ (21 ก.ย. 2557) แต่คาดว่า จะราคาสูงกว่า Note 3 ที่ขายในตลาดตอนนี้ 22,900 บาท แต่ว่าคงไม่มาก ประมาณ 25,000 บาท ครับ …​ส่วนวันที่เปิดขายนั้น ในเมืองไทยยังไม่มีกำหนด ถ้าเร็วสุดคงราวๆปลายเดือนตุลาคมนี้ เพราะว่าเกาหลีใต้-จีน จะเริ่มขายปลายเดือนกันยายนนี้ และอังกฤษจะเปิดจองเป็นทางการ 26 ก.ย.นี้ ครับ

image

การออกแบบ (Design)

วัตถุดิบเป็นกรอบโลหะ ขอบมุมโค้งเข้ากับหน้าจอ และขอบด้านหลังมีความโค้งมลเข้ากับฝาหลังที่เป็นลายหนัง ให้ความรู้สึกนุ่นกระชับ ยาว153.5 ม.ม. กว้าง 78.6 ม.ม. และบางเพียง 8.5 ม.ม. น้ำหนักเบาเพียง 176 กรัม มีช่องเสียบปากกา S Pen ที่เก็บได้เรียบร้อยครับ

image

image

หน้าจอ

ขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว Quad HD Super AMOLED หรือ 2560 x1440 pixel หรือขนาด 2K (มากกว่า Full HD 2 เท่า) ซึ่งขนาดหน้าจอเหมือน Galaxy S5, HTC One M8, New Moto X, LG G3 สำหรับ Quad HD Super AMOLED ให้ภาพที่สวยงามกว่า HD Amoled รุ่นเก่าถึง 30% ความแน่นของสีจอ 518 ppi pixel density สุดท้าย 2.5D Curved Glass ตัวกระจกจอมีความโค้งเล็กน้อย ช่วยให้หน้าจอมีความแข็งแรงทนทานขึ้นกว่ารุ่นเดิม

image

กล้อง

กล้องหลัง 16 ล้านฟิกเซล และกล้องหน้า 3.7 ล้านฟิคเซล รูปรับแสงที่กว้างขึ้น F1.9 ทำให้เพิ่มแสงสว่างกว่ารุ่นเดิม 60% มีปุ่มถ่ายรูปเพียงแตะง่ายๆที่ด้านหลัง (อารมณ์คล้าย LG) กล้องหน้ายังมีเลนส์ไวด์ 120 องศา ถ่าย selfie กับเพื่อนๆได้เยอะขึ้น และทั้ง 2 กล้องมาพร้อมระบบกันสั่น Smart OIS อีกด้วย … ขอลองเทสกล้องหน้าแบบเลนส์ไวด์หน่อยนะ

image

image

Hardware

เข้าไทยเป็นชิป Exynos 5433 64bit (อีกชิปคือ Snapdragon 805 Quad-Core ไม่ได้เข้าไทย), แรม 3 GB, ความจำภายใน 32GB ใส่ microSD เพิ่มได้ถึง 64GB, รองรับการเชื่อมต่อ 3G, 4G LTE, WiFi, Bluetooth, NFC, IR LED, GPS และ A-GPS, รองรับการทำงานแสกนนิ้วมือ

image

Battery 

แบตเตอรี่ขนาด 3,220 mAh (Note 3 3,200 mAh) รุ่นนี้ดีที่ชาร์จแบตได้เร็วขึ้นด้วยระบบ Fast Charging ชาร์จทิ้งไว้ 30 นาที แบตขึ้นถึง 50% และยังมีระบบประหยัดแบต Ultra Saving Mode เหมือนใน S5 ครับ … อีกอย่างคือ สามารถชาร์จแบบไร้สายโดย Wireless (เหมือน Nokia) ถือว่าสะดวกไม่ต้องเสียบสายครับ

image

ความโดดเด่น

อย่างแรกที่ชัดเจนคือ การทำงานของ S Pen ที่ใช้ได้ลักษณะคล้ายการลากเม้าท์ คุณสามารถเลือกภาพหรือไฟท์ต่างๆ รวมถึงการก๊อปปี้ข้อความ ได้เพียงแค่คุณลากและครอปเท่านั้น ถือว่าอำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาในการส่งภาพและข้อความ นอกจากนี้คุณสามารถใช้แอพต่างๆได้พร้อมกันถึง 5 แอพ โดยยุบหน้าจอให้เป็นแบบ Pop-up ซึ่ง Note 3 ทำได้แค่เป็นเลเยอร์ซ้อนๆกัน ทำให้ Note 4 ดูโดดเด่นในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

image

image

อีกสิ่งนึงที่ Note 4 อำนวยการสะดวกในการทำงานมากขึ้น ก็คือ Snap Note คุณสามารถถ่ายรูปภาพจากกระดาษโน๊ต ไม่ว่า คุณจะเขียนหรือวาดภาพอะไรก็ตาม แล้วจะแปลงออกมาเป็น Photo Note ให้คุณได้แก้ไขหรือวาดเพิ่มเติมลานเส้น ประหนึ่งว่าคุณเริ่มต้นวาดจากในเครื่องเลยทีเดียว 

image

image

ปัญหา

ผมยังไม่ได้เทสกล้องถ่ายภาพอย่างเต็มที่ เพราะในงานค่อนข้างสลัวๆ ฉะนั้นอาจจะต้องดูภาพรีวิวจากเวบเมืองนอกกันอีกทีว่า การถ่ายภาพจากแสงหลายหลากรูปแบบจะเป็นอย่างไร แต่ดูจากฮาร์ดแวร์แล้ว น่าจะใช้ได้ดีอยู่ครับ 

เหมาะกับใคร?

หลังจากผมสัมผัส Galaxy Note 4 แล้ว ต้องยอมรับว่า รุ่นนี้ยังคงความเป็นผู้นำในตลาดมือถือขนาดใหญ่หรือ Phablet ได้อย่างดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานได้หลากหลายรูปแบบโดยใช้โปรแกรมของซัมซุงเอง ที่ให้ความสะดวกสบายไม่ต้องไปโหลดแอพอื่นให้เสียเวลาและเสียเงิน … ยังไงก็แล้วแต่ ก็ต้องจับตาดูคู่แข่งสำคัญอย่าง Apple ที่หันมาจับตลาด Phablet โดยออก iPhone 6 Plus ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว วางขายในหลายประเทศเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา … งานนี้เราคงได้อ่านรีวิวไฟ้ท์กันระหว่าง Galaxy Note 4 VS iPhone 6 Plus กันมันส์แน่ๆ 

สุดท้ายจะเลือกมือถือเครื่องไหนมาเป็นมือถือคู่กาย ก็ต้องดูลักษณะการใข้งานของคุณด้วย เพื่อได้ความคุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณครับ 

ติดตามไนท์ได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ:

Website: http://www.nightphoomin.com
Twitter: http://www.twitter.com/NightPhoomin
Fackbook: http://www.facebook.com/NightPhoominOfficial
Instagram: http://www.instagram.com/NightPhoomin
Google+: http://www.gplus.to/nightphoomin